15th

เครื่องบินเล็กลงจอดด้วยปีกที่เหลือเพียงข้างเดียว

0

มันสุดยอดจริงๆ นะครับ

Dec 15th by admin Continue Reading
08th

วิธีการรันอินเบรคอินเครื่องยนต์ใหม่ของเครื่องบินเล็ก

0

วิธีการรันอินเบรคอินเครื่องยนต์ใหม่ของเครื่องบินเล็ก

O.S. .55 AX ABL w/Muffler

หลังจากที่ต้องเครียดเรื่องการหาเครื่องยนต์ ที่เหมาะสมกับเครื่องบินเล็กแล้ว ก็ต้องมาเครียดเรื่อง การรันอินเครื่อง การรันอินเครื่องคืออะไร การรันอินเครื่อง ก็คือการทำให้เครื่องยนต์ที่ได้มาใหม่จาก โรงงาน ผ่านการทำให้พร้อมใช้งานอย่างถูกวิธี เพราะว่า ตอนมาจากโรงงานนั้น เครื่องยนต์ อาจมี เศษโลหะ เล็กๆ น้อยๆ จากการผลิต ตกหล่นอยู่ในเครื่องยนต์ การรันอิน จะทำให้เศษพวกนี้ หลุดออกมาพร้อมกับน้ำมันหล่อลื่น ทำให้เครื่องยนต์พร้อมใช้งานต่อไป มาดูขั้นตอนการรันอินเครื่อง อีกหนึ่งวิธี ที่นิยมใช้กันนะครับ

1. ติดเครื่องเดินเบาไว้
2. ค่อยค่อยเร่งเครื่องให้รอบสูงขึ้นมานิดหน่อย น่าจะไม่เกิน 2000รอบ
3. ค่อยค่อยคายเข็มน้ำมันออกรอบเครื่องจะค่อยค่อยลดลงป ระมาณ 1500-1700รอบ
4. ค่อยค่อยเร่งแครื่องประคองรอบเอาไว้ไม่ให้เครื่องดั บ
5. พอรอบเครื่องขึ้นมาก็คายเข็มน้ำมันออกอีกพอให้เครื่ องไมดับ
6. ทำอย่างนี้จนเราเปิดคันเร่งได้จนสุดโดยที่รอบเครื่อ งยังอยู่ในช่วงเดินเบา
7. ปล่อยทิ้งไว้จนน้ำมันหมดถัง
8. ต้องยึดเครื่องบินไว้ให้ดีนะคับเพราะตอนน้ำมันหมดถั งเครื่องจะแว๊ดขึ้นมา
9. เติม น้ำมันปิดเข็มเข้าตำแหน่งเดิมทำซ้ำ โดยทั่วไปหมดนำ้มัน 2 ลิตรก็น่าจะพอ ถ้ามีความชำนาญลองเอามือหมุนใบพัดดูถ้าไม่ผืดก็พอจะรู้ว่าหลุดรันอินหรือยัง

วิธีนี้มีข้อดีคือเครื่องจะเย็นจนบางครั้งมีน้ำจับ มีการสึกหรอต่ำเพราะรอบไม่สูงและมีน้ำมัน
หล่อลื่นมากที่สำคัญเครื่องจะคายเศษโลหะเล็กเล็กที่เ รามองไม่เห็น ที่เกิดจากการ
รันอินเครื่องทุกตัวออกมากับน้ำมันที่บ้วนออกมา หลังจากนั้นก็จูนเครื่องปกติเดินเบา 1-2ถังแค่นี้ก็อุ่นใจว่าพั้นรันอินแล้ว

ทีนี้ก็มาจูนเครื่องก่อนขึ้นบิน
1. ติดเครื่องเดินเบาไว้
2. คายเข็มน้ำมันเล็กน้อยให้น้ำมันเกินไว้ก่อนปลอดภัยด ี
3. เร่งเครื่องจนสุด
4. ค่อยค่อยบิดเข็มหาจุดที่รอบเครื่องสูงสุด
5. หลังจากที่ได้จุดที่รอบสูงสุดแล้วคายเข็มออกซัก2 แก๊กเฟิ่มน้ำมันให้เครื่องกันเครื่องฮีด
6. ลองเบิ้ลเครื่องดู อาจปรับแต่งได้เล็กน้อยจนเป็นที่พอใจ
7. ทดสอบแรงดันน้ำมันโดยแร่งสุดแล้วเชิดเครื่องขึ้นรอบ ต้องไม่เปลี่ยน
ถ้ามั่นใจก็ลองบินขึ้นฟ้า สติ๊ก 50% ครับถ้าไม่มั่นใจก็มัดไว้กับพื้น ดูรอบเครื่อง อัตตราการกินน้ำมัน อุณหภูมิเครื่องยนต์ จนมั่นใจ
รับรองว่าเครื่องไม่พังจากการรันอินแน่นอนสอบถามเพิ่ มเติมได้ครับ

Dec 08th by admin Continue Reading
18th

เริ่มเล่นเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ อย่างไรดี

0
เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุแบบ RTF

เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุแบบ RTF

เครื่องบินเล็ก บังคับวิทยุ เริ่มมีความแพร่หลายมากขึ้นในวันนี้ ซึ่งจะสามารถหาซื้อได้จากร้านค้าของเล่นมากมาย ซึ่งมีให้เลือกมากมาย หลายแบบ และแน่นอนว่า ส่วนใหญ่จะเป็นแบบที่ประกอบเส็ดแล้ว ที่มาจากประเทศจีน ซะส่วนใหญ่ และเป็นแบบ เครื่องบินโฟม บินได้ด้วยไฟฟ้า

ใช้พลังงานจาก แบตเตอรี่ และใช้วิทยุควบคุมเริ่มจาก 3 ช่องขึ้นไป ด้วยเหตุนี้จึงเป็นสิ่งที่ง่ายเหลือเกินในปัจจุบันที่คุณจะหา เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ ชนิดนี้ มาเล่นเพื่อ ความสนุกสนาน และความอบอุ่นในครอบครัว
ความพร้อม ของอะไหล่ ยังเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงในการเลือกเล่น เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ เช่น ประสิทธิภาพ วิธี การบิน และ ความทนทาน เช่น เครื่องบิน RC โฟม สามารถ นำขึ้นบินได้ง่ายกว่าเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ ที่ทำด้วยไม้ balsa แบบดั้งเดิม ที่ สร้างเองเลยทีเดียว การมี อะไหล่ ที่หาง่าย มีความสำคัญมาก เนื่องจาก เครื่องบินเล็ก ของคุณ จะประสบความ เสียหายบ้าง ไม่ช้า ก็เร็ว และ ความสามารถ ใน การซ่อมแซม ส่วนที่เสียหายได้อย่างเหมาะสม มีความสำคัญ ต่อความปลอดภัย ในการบิน ครั้งต่อไปด้วยครับ

เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุที่เรียกว่าแบบ RTF จึงเป็นที่นิยม เพราะหาซื้อง่าย และง่ายต่อการประกอบ ชุด เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุแบบ RTF ก็คือเครื่องบินเล็กที่ประกอบมาเกือบจะพร้อมบิน เพียงแค่เรานำปีก หรือส่วนต่างๆ มายึดติดกันด้วยกาว หรือ น๊อต ตามแต่ผู้ออกแบบจะสร้างมา และความสามารถในการบินเครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ ประเภทนี้ก็สามารถทำได้ดี เพราะผ่านการทดสอบมาแล้ว เราไม่ต้องไปคิดมากเรื่องแบบ หรือ การสร้างอะไรมาก ด้วยเหตุนี้เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุแบบนี้ จึงเป็นที่นิยม และง่ายที่จะนำมาเพื่อการเรียนรู้ในขั้นเริ่มต้น

สองสิ่งที่คุณต้องทำเพื่อให้เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุแบบ RTF บินได้ก็คือ

  • ติด ตั้ง แบตเตอรี่ สำหรับ ชุดเครื่องรับ วิทยุ และชุดควบคุมกลไก หรือ servo
  • ชาร์จ แบตเตอรี่ ให้เต็ม

เครื่องบินเล็กบังคับวิทยุ ของคุณก็พร้อมที่จะเริ่มบินแล้วครับ

Nov 18th by admin Continue Reading
11th

Landing Gear ของเครื่องบินเล็ก

0

Landing Gear ของเครื่องบินเล็ก

Landing Gear ของเครื่องบินเล็กมีสองแบบ Tricycle Landing Gear และ Tail Dragger แบบ Tricycle Landing Gear จะมีประสิทธิภาพในการควบคุมบังคับที่ดี ดังนั้นในการ Take off และLanding จะควบคุมได้ง่าย ข้อเสียของขาล้อแบบนี้มีเพียงงานสร้างยุ่งยากกว่าแบบอื่น ขาล้อหลักจะมีตำแหน่งเยื้องไปทางด้านหลังของจุด CG ถ้าขาล้อมีตำแหน่งเยื้องไปทางท้ายเครื่องบินมากเกินไปจะทำให้เครื่องบิน Take off ไม่ค่อยดี

ส่วนแบบ Tail Dragger เสถียรภาพการควบคุมเครื่องบินบนพื้นจะต่ำลง การ Take off จะยากขึ้น แต่การสร้างง่ายกว่าแบบแรกมาก ตำแหน่งของขาล้อหลักจะมีตำแหน่งอยู่บริเวณใต้ชายหน้าของปีก
ความกว้างของฐานล้อจะประมาณ 25% ของกางปีก

Nov 11th by admin Continue Reading
11th

มุมปะทะของปีก เครื่องบินเล็ก

0

มุมปะทะของปีก เครื่องบินเล็ก

เมื่อเราติดตั้งปีกเข้ากับลำตัวเครื่องบินแล้ว ปีกจะต้องมีมุม Incidence ที่ถูกต้องที่จะทำให้เครื่องบินสามารถบินในแนวระดับได้ ปกติปีกจะมีมุม Incidence เป็นบวก เมื่อวัดจาก Datum Line ของเครื่องบิน

มุม Incidence ที่ถูกต้องของปีกเครื่องบินจะต้องทำให้ปีกมีแรงยกมากพอที่จะทำให้เครื่องบินสามารถบินอยู่ในแนว ระดับได้ที่ความเร็วสูงสุด ของเครื่องบินนั้นๆ ค่ามุม Incidence ที่ถูกต้องจริงๆจะได้จากการบินทดสอบเท่านั้น ดังนั้นในการสร้างเครื่องต้นแบบ จำเป็นต้องออกแบบเผื่อให้สามารถปรับมุม Incidence ของปีกได้ด้วย

เครื่องบินแบบ High Wing Trainer และ Shoulder Wing Trainer ที่ใช้ Airfoil แบบ Flat Bottom ในการ First flight ควร Setup ให้ปีกมีมุม Incidence ประมาณ +2 องศา

ส่วนเครื่องบิน Trainer ที่ใช้ Airfoil แบบ Semi-Symmetrical หรือ Airfoil แบบ Symmetrical ควร Setup มุม Incidence ไว้ประมาณ +3 ถึง +4 องศา

เครื่องบินแบบ Shoulder Wing และ Low Wing ที่ออกแบบให้สามารถบินด้วยความเร็วสูงๆหรือเครื่องบินผาดแผลงที่ใช้ Airfoil แบบ Symmetrical ควรมีมุม Incidence ไม่เกิน +1 องศา

Nov 11th by admin Continue Reading
11th

ตำแหน่งของเครื่องยนต์ในเครื่องบินเล็ก

0

ตำแหน่งของเครื่องยนต์ในเครื่องบินเล็ก

เครื่องยนต์ของเครื่องบินเล็กทั่วๆไปจะมีตำแหน่งอยู่ส่วนหน้าของลำตัวเครื่องบิน มีหน้าที่หลักคือทำให้เครื่องบินเคลื่อนที่ไปข้างหน้า และยังมีหน้าที่อีกอย่างคือสร้างสมดุลให้กับเครื่องบิน

ตำแหน่งของเครื่องยนต์วัดระยะจากตำแหน่ง CG จะมีค่าประมาณ 21-27% ของกางปีก ในเครื่องบินทั่วๆไป จะอยู่ที่ 25%

มุม Down Thrust ของเครื่องยนต์

ในเครื่องบินแบบ High Wing และ Shoulder Wing เครื่องยนต์จะต้องออกแบบให้มีมุม Down Thrust เพื่อชดเชยแรงที่กระทำที่ปีกของเครื่องบิน แบบนี้

มุม Down Thrust จะขึ้นอยู่กับขนาดของ Pitch Moment ที่กระทำต่อเครื่องบิน Pitch Moment จะเกิดจากแรงซึ่งก็คือDrag ที่กระทำต่อปีกกับแขนของแรงซึ่งก็คือระยะห่างของปีกกับแนวThrust Line

Airfoil ที่ให้แรงยกสูงย่อมมี Drag สูงด้วย และทำให้ Pitch Moment มีค่าสูงขึ้นด้วย ส่วนระยะห่างของปีกกับแนว Thrust Line ถ้ามีขนาดสูงขึ้น Pitch Moment ก็จะมีค่าสูงขึ้นด้วย

เครื่องบินแบบ High Wing และ Shoulder Wing ถ้าปีกของเครื่องบินเหล่านี้มีมุม Dihedral จะทำให้จุดรวมของ Drag ที่กระทำต่อปีกมีระยะห่าง ออกจาก Thrust Line มากขึ้น ดังนั้น Dihedral จะทำให้ Pitch Moment มีค่ามากขึ้นด้วย

เราจะออกแบบให้เครื่องยนต์มีมุม Down Thrust เพื่อให้ไปลบล้าง Pitch Moment ที่กระทำต่อเครื่องบิน ยิ่ง Pitch Moment มีค่ามากเท่าไร มุม Down Thrust ของเครื่องยนต์ก็จะมากขึ้นเท่านั้น การหามุม Down Thrust ที่ถูกต้องทำได้วิธีเดียวคือทดสอบบิน สำหรับเครื่องบินแบบ High Wing และ Shoulder Wing จะต้องออกแบบให้เครื่องยนต์ของเครื่องบินแบบนี้มีมุม Down Thrust ไว้เลยก่อนที่จะทำการบิน First Flight

เครื่องบินแบบ High Wing Trainer ที่มี Aileron จะมีมุม Down Thrust ประมาณ 3-5 องศา ถ้าเป็นเครื่องบินที่ไม่มี Aileron และปีกมีมุม Dihedral มาก จะมีมุม Down Thrust ประมาณ 4-5 องศา

เครื่องบินแบบ Shoulder wing จะมีมุม Down Thrust ประมาณ 0-3 องศา โดยเครื่องบินแบบ Shoulder wing Trainer ที่ใช้ Airfoil ที่ค่อนข้างมีแรงยก สูงและปีกมีมุม Dihedral ด้วย ควรจะมีมุม Down Thrust ประมาณ 3 องศา ส่วนเครื่องบิน Shoulder Wing Sport ที่ใช้ Airfoil แบบ Symmetrical และมีมุม Dihedral ที่ค่อนข้างน้อย ไม่จำเป็นต้องมีมุม Down Thrust

เครื่องบินแบบ Low Wing ไม่จำเป็นต้องออกแบบให้มีมุม Down Thrust

Nov 11th by admin Continue Reading
11th

แพนหางระดับ (Horizontal Stabilizer) ในเครื่องบินเล็ก

0

แพนหางระดับ (Horizontal Stabilizer) ในเครื่องบินเล็ก

ตำแหน่งของแพนหางระดับ จะอยู่ตำแหน่งเดียวกับ แพนหางดิ่ง คือห่างจากจุด CG เป็นระยะ 45-50% ของกางปีก (Wing Span) ปกติเรามักออก แบบให้ตำแหน่งของบานพับ (Hinge Ling) ของแพนหางดิ่ง และแพนหางระดับอยู่ในแนวเดียวกัน แต่สำหรับเครื่องบินผาดแผลงเรานิยมออกแบบให้ Rudder มีตำแหน่งเคลื่อนถอยหลังออกมาจากแพนหางระดับ เพื่อให้ Rudder มีประสิทธิภาพดีขึ้น

ขนาดของแพนหางระดับจะมีขนาดประมาณ 20-26% ของพื้นที่ปีก และขนาดของแพนหางระดับจะแปลผันตามขนาดของ แพนหางดิ่ง โดยถ้า แพนหางดิ่ง มีขนาด 7%ของพื้นที่ปีก แพนหางระดับจะมีขนาด 20 % ของพื้นที่ปีก และถ้า แพนหางดิ่ง มีขนาด 12% แพนหางระดับจะมีขนาด 26%

แพนหางระดับจะมีค่า Aspect Ratio 3:1 เครื่องบินส่วนใหญ่มักออกแบบให้แพนหางระดับมักจะมีรูปร่างแบบ Leading edge Taper

Elevator คือส่วนที่เคลื่อนไหวของแพนหางระดับ ปกติจะมีขนาดประมาณ 25-30%ของพื้นที่แพนหางระดับทั้งหมด

หน้าตัดของแพนหางระดับอาจจะเป็นแบบ Flat เช่นที่เราเห็นใน RCM Trainer หรือหน้าตัดจะเป็นAirfoil เช่นในเครื่องบิน Patternส่วนใหญ่ ในเครื่องบินที่มีขนาดของเครื่องยนต์เล็กกว่า 0.40 มักนิยมใช้แพนหางระดับแบบ Flat ส่วนเครื่องบินที่มีขนาดใหญ่กว่ามักนิยม ใช้แพนหางระดับแบบAirfoil แต่ก็ไม่แน่เสมอไป เครื่องบินขนาดใหญ่หลายๆแบบก็มีแพนหางระดับแบบFlat

โดยปกติแพนหางระดับแบบAirfoil จะมีประสิทธิภาพดีกว่าแบบFlat ทำให้การควบคุมบังคับเครื่องบินได้ดี โดยเฉพาะที่ความเร็วต่ำๆ แต่แพนหางระดับแบบ Flat จะทำการสร้างได้ง่ายกว่าแบบAirfoil

ตำแหน่งการติดตั้งแพนหางระดับกับลำตัวเครื่องบิน

แพนหางระดับจะติดตั้งกับลำตัวส่วนหางของเครื่องบินได้สามแบบคือ

    1. ด้านบนของลำตัว
    2. ด้านล่างของลำตัว
    3. บริเวณกลางของลำตัว

ในเครื่องบินแบบHigh Wing แพนหางระดับสามารถติดตั้งได้ทั้งสามรูปแบบ

เครื่องบินแบบ Shoulder Wing แพนหางระดับควรติดตั้งบริเวณด้านล่างของลำตัวส่วนหาง

ส่วนเครื่องบินแบบ Low Wing แพนหางระดับควรจะอยู่ตรงกลางของลำตัวส่วนหาง โดยเฉพาะเครื่องบินแบบผาด แผลงควรวางอยู่ในแนวของเส้น Thrust Line เพราะจะช่วยให้เครื่องบินสามารถบินผาดแผลงได้ดีขึ้นเช่นในท่า Knife edge

ในการออกแบบเครื่องบิน เราจะมีแนวแกนมาตรฐานอยู่เส้นหนึ่งเราเรียกเส้นนี้ว่า Datum Line เราจะใช้ Datum Line เพื่ออ้างอิง เช่นกำหนดว่าเครื่องบินจะมี Down Thrust กี่องศาจาก Datum Line หรือมีมุมยกของปีกกี่องศาจาก Datum Line เป็นต้น ตามปกติเราจะกำหนดให้แพนหางระดับขนานกับ Datum Line เสมอ เพราะเราต้องการให้เครื่องบินที่สร้างขึ้นมา มีจุดอ้างอิงอยู่ที่แพนหางระดับ ในภายหลังถ้าเราต้องการว่าเครื่องบินมีมุมปีกเท่าไร ก็สามารถใช้ Incidence Meter เช็คได้ โดย Set ให้แพนหางระดับอยู่ในแนวระดับ และวัดค่ามุมเปิดของปีก ค่าที่ได้จะเป็นค่ามุมเปิดของปีกจริงๆเมื่อเทียบกับ Datum Line

Nov 11th by admin Continue Reading
11th

แพนหางดิ่ง Vertical Fin ของเครื่องบินเล็ก

0

แพนหางดิ่ง Vertical Fin ของเครื่องบินเล็ก

ตำแหน่งของแพนหางดิ่ง จะวัดตั้งแต่จุดCGถึงตำแหน่งกึ่งกลางโดยประมาณของแพนหางดิ่ง ตำแหน่งกึ่งกลางของแพนหางดิ่ง ไม่จำเป็นต้องถูกต้อง100% สามารถมีค่าคลาดเคลื่อนได้เล็กน้อยโดยไม่มีผลต่อประสิทธิภาพของเครื่องบิน

ระยะตำแหน่งของแพนหางดิ่ง จะมีค่าประมาณ 40-50% ของกางปีกทั้งหมด (Wing Span)

ขนาดและรูปร่างของ Vertical Fin.

แพนหางดิ่ง จะมีพื้นที่ประมาณ 7-12% ของพื้นที่ปีก (Wing Area) พื้นที่ แพนหางดิ่ง หมายถึงพื้นที่ทั้งหมดของ Fin รวมทั้งแผ่น Rudderและบริเวณ ของลำตัวเครื่องบินที่อยู่ใต้ Fin

ข้อกำหนดในการออกแบบ แพนหางดิ่ง

    1. พื้นที่ของ แพนหางดิ่ง ที่อยู่เหนือเส้น Thrust Line จะมีพื้นที่ประมาณ 70-75% ของพื้นที่ แพนหางดิ่ง ทั้งหมด
    2. ถ้า แพนหางดิ่ง มีความสูงน้อยเกินไป หรือมีรูปร่างหนาเกินไป ประสิทธิภาพของ แพนหางดิ่ง จะต่ำ โดยเฉพาะเมื่อเครื่องบิน มีความเร็วต่ำๆ
    3. นิยมออกแบบ Fin ให้มีรูปร่างคล้ายๆรูปสามเหลี่ยม โดยมีส่วนที่กว้างที่สุดอยู่ใต้เส้น Thrust Line
    4. ถ้าเครื่องบินที่ออกแบบมีมุม Dihedral ของปีกสูง พื้นที่ของ แพนหางดิ่ง จะมีค่าใกล้เคียง 12% ของพื้นที่ปีก

ถ้าเครื่องบินมีมุม Dihedral ของปีกน้อยหรือไม่มีเลย พื้นที่ของ แพนหางดิ่ง จะมีค่าใกล้เคียง 7% ของพื้นที่ปีก พวกเครื่องบินRacer จะมีขนาดของ แพนหางดิ่ง เล็กมาก ประมาณ 5%ของพื้นที่ปีก

เครื่องบินประเภท Sport, Aerobatic, Pattern พื้นที่ Vertical Fin จะประมาณ 10-12% ของพื้นที่ปีก

Rudder.

Rudder คือส่วนของ แพนหางดิ่ง ที่เคลื่อนไหวได้ พื้นที่ของ Rudder จะประมาณ 30-50% ของพื้นที่ แพนหางดิ่ง ทั้งหมด

เครื่องบินปีกสูง หรือเครื่องบิน Trainer จะมีพื้นที่ของ Rudder ประมาณ 30% ของพื้นที่ แพนหางดิ่ง

ส่วนเครื่องบินผาดแผลงจะมีพื้นที่ของ Rudder ประมาณ 50% ของพื้นที่ แพนหางดิ่ง และพื้นที่ของ Rudder ที่อยู่ใต้แพนหางระดับ (Stabilizer) ควรมีพื้นที่ประมาณ 25-35% ของพื้นที่ Rudder ทั้งหมด

Nov 11th by admin Continue Reading
11th

ตำแหน่ง CG ของเครื่องบินเล็ก

0

ตำแหน่ง CG ของเครื่องบินเล็ก

ในการออกแบบ จะมีจุดของแรงที่กระทำต่อปีกสองจุดคือ Center of lift และ Center of gravity (CG) ขณะออกแบบเราจะ กำหนดให้จุด CG จะอยู่ที่ตำแหน่งเดียวกับจุด Center of lift แต่เมื่อเครื่องบินพร้อมที่จะบิน จุด CG จะอยู่ไปข้างหน้าของ Center of lift เพื่อทำให้เครื่องบินมีเสถียรภาพดีขึ้น

Center of lift จะมีตำแหน่งอยู่ที่จุดหนาที่สุดของ Airfoil สำหรับเครื่องบินเล็กทั่วๆไปจุดที่Airfoil มีความหนาที่สุดจะอยู่ที่ระยะ 1/3 ของค่าความยาว ของ Cord วัดจากชายหน้า

รูปข้างล่างเป็นวิธีการหาตำแหน่งCG วิธีนี้สามารถใช้หาตำแหน่ง CG ของปีกเครื่องบินเล็กได้ทุกแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบปีกตรง ปีกแบบTaper

คราวนี้เราก็ได้ตำแหน่ง CG ของตัวเครื่องบินแล้ว ซึ่งจุดนี้จะเป็นจุดอ้างอิงในการออกแบบชิ้นส่วนอื่นๆต่อไป

Nov 11th by admin Continue Reading
11th

ชุดพวงหางของเครื่องบินเล็ก

0

ชุดพวงหางของเครื่องบินเล็ก

ชุดพวงหางของเครื่องบินมีไว้เพื่อเสถียรภาพและการควบคุมเครื่องบิน ขนาดของพื้นที่ชุดพวงหางและระยะห่างของพวงหาง จะชี้บอกถึงความมีเสถียรภาพและขนาดของการควบคุมของเครื่องบิน เครื่องบินที่มีระยะของชุดพวงหางสั้นจะต้องมีพื้นที่ ของชุดพวงหาง มากเพื่อให้มีเสถียรภาพเท่ากับ เครื่องบินที่มีระยะของชุดพวงหางยาวแต่มีพื้นที่ของชุดพวงหางน้อย

ตำแหน่งของชุดพวงหางจะวัดระยะจากตำแหน่ง CG ของปีก

เครื่องบินที่มีระยะชุดพวงหางยาวจะมีเสถียรภาพในการบินดีกว่าเครื่องบินที่มีระยะชุดพวงหางสั้น แต่เครื่องบินที่มีชุดพวงหางสั้นจะเป็นเครื่องบินที่สามารถบินท่าผาดแผลงที่รุนแรงได้ดี เช่น Spin หรือ Snap

Nov 11th by admin Continue Reading

    ชมวีดีโอที่น่าสนใจกันก่อน

    ผู้สนับสนุน เครื่องบินเล็ก.com

    เครื่องบินเล็ก.com

    วันนี้มีผู้เข้าชมแล้ว: 2 ท่าน

    สังคมของเครื่องบินเล็ก

    Join My Community at MyBloglog!